ต้องขอขอบคุณคุณครูทุกท่านนะค่ะที่สอนให้พวกหนูรู้ถึงความอดทน สามัคคี มีความรักกลมเกลียวกัน ถึงจะเหนื่อยและเมื่อยขนาดไหนแต่ก็ได้รับความรู้มากมายในการเข้าค่ายครั้งนี้ ขอบคุณค่ะ
บล็อกเพื่อการเรียนรู้ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนตากพิทยาคม โดย ด.ญ.ชนนิกานต์ ยาใจ
วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556
เข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี ม.2ที่ค่าย ตชด. ของโรงเรียนตากพิทยาคม
จากที่ได้ไปเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 ได้มีการเดินทางไกลจาก ร.ร.ห้วยนึงมาจนถึงค่าย ตชด. มีความรู้สึกว่ามันเหนื่อยมากๆ และมีอากาศร้อน พอถึงค่าย ตชด.ได้มีการเปิดกองถึงจะร้อนแต่ทุกคนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และหลังจากเปิดกองเสร็จครูได้ให้ไปทำอาหารเย็นและตั้งเต้น แต่ไม่ได้รับประทานอาหารเย็นเลย - -' และครูได้เรียกให้ไปเข้าแถวเพื่อไปเดินเสือทั้งน่ากลัวและสนุกปนกันไป หลังจากเสร็จเดินเสือแล้วก็ได้เข้านอนด้วยความเหนื่อย ตื่นเช้ามาตี 5:00 น.ล้างหน้าแปรงฟัง ไปออกกำลังกาย และก็เปิดกลองอีกครั้ง เสร็จแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดเพื่อเข้าตามฐานต่างๆทั้งเหนื่อย ร้อน สนุก เจ็บ ทรมาน เสร็จจากทำกิจกรรมแล้วก็ไปอาบน้ำและทำกับข้าว แต่มื้อนี้ก็ไม่ได้รับประทานอีกตามเคยเพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับละครแสดงรอบกองไฟ แต่การแสดงรอบกองไปก็ผ่านไปด้วยดี และมีการเปิดเพลงให้เต้นก่อนเข้านอน : ) เช้ามาวันที่3ก็ตื่นเวลาเดิมแต่ครั้งนี้ไม่มีแรงและไม่อยากรุกจากที่นอนเลยค่ะ หลังจากที่ได้ไปออกกำลังกายแล้วก็กลับมาปิดกองและกลับบ้าน :D
วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555
คุณธรรมจริยธรรมในการใช้อินเตอร์เน็ต
จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น ได้แก่
1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้
- การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร
- การใช้เทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน
- การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด
- การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าใหม่ขึ้นมาแล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น
2. ความถูกต้อง (Information Accuracy)
ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่
3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property)
ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศมักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงเครื่องเดียว ในขณะที่บางโปรแกรมอนุญาตให้ใช้ได้หลายเครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรมให้กับบุคคลอื่น เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าท่านมีสิทธิในโปรแกรมนั้นในระดับใด
4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility)
คือการป้องกันการเข้าไปดำเนินการกับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบเช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ถือว่าเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกัน หากผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น
จรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
1. ให้ระมัดระวังการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
2. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
3. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
4. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ
บัญญัติ 10 ประการ
1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น
2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
6. ต้องมีจรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
7. ให้ระมัดระวังในการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
8. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
9. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
10. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ
เมี่ยงคำเมืองตาก รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
เมนูวันนี้ทำแบบง่ายๆแต่มากด้วยประโยชน์เพราะมีสมุนไพรประกอบหลายอย่าง ทานเป็นของว่างยามควบคุมน้ำหนักก็ได้ ก่อนอื่นก็ขอเล่าความเป็นมาสักหน่อยเพื่อจะได้รู้ความเป็นมาของอาหารชนิดนี้ เราเรียกว่าเมี่ยงเต้าเจี้ยว เนื่องจากว่าจังหวัดตากหรือเมืองตากนั้นมีเมี่ยงหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะทานกับใบเมี่ยง (ใบชาหมัก) จะมีไส้เมี่ยงหลายลักษณะ เช่น ใช้เนื้อมะพร้าวหั่นเป็นฝอย ๆ ถั่วลิสง และกระเทียม นำไปทอดให้เหลืองกรอบ โดยทอดทีละอย่าง นำมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน เมื่อเย็นดีแล้วนำมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน อีกชนิดหนึ่งใช้มะพร้าวขูดเป็นเส้นแบบทำมะพร้าวแก้ว ถั่วลิสง กระเทียม น้ำปลา น้ำตาลปีบ ทอดในน้ำมัน โดยทอดมะพร้าวก่อนพอเริ่มเหลืองก็ใส่ถั่วลิสง และส่วนผสมอื่นๆทีละอย่าง ต้องมีความชำนาญจึงทราบว่าควรใส่ส่วนผสมใด ตอนไหน ส่วนผสมทุกอย่างถึงจะสุกพร้อมกันพอดี จากนั้นเคี่ยวต่อจนทุกอย่างเหลืองกรอบเกาะตัวกันเป็นก้อน นำขึ้นจากน้ำมันพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน เมื่อเย็นแล้วจะได้ไส้เมี่ยงที่เกาะตัวกันเป็นก้อนมีความหวาน มัน ถ้าเป็นเมี่ยงแคบหมู ก็ประกอบด้วย ถั่วลิสงทอด กระเทียมเจียว แคบหมูหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เกลือป่น และน้ำตาลทราย ตัวอย่างเมี่ยงข้างต้นนี้หาซื้อเป็นของฝากได้เวลาไปเที่ยวเมืองตาก เหตุที่คนตากนิยมทานเมี่ยงซึ่งส่วนใหญ่มีมะพร้าวเป็นตัวหลัก ดังนั้นจึงมีกะลามะพร้าวมาก และเค้าก็เอามาทำกระทงสำหรับลอยในวันลอยกระทง เมี่ยงอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองตากก็คือเมี่ยงเต้าเจี้ยว บางทีก็เรียกกันว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือ เมี่ยงจอมพล ที่เรียกว่าเมี่ยงจอมพลเนื่องจาก ในอดีตทุกครั้งที่ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงชนิดนี้ที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเรียก ''เมี่ยงจอมพล'' เมี่ยงชนิดนี้จะมีเต้าเจี้ยวเป็นน้ำเมี่ยง แต่เต้าเจี้ยวที่ใช้ไม่เหมือนกับเต้าเจี้ยวทั่วๆไปที่ขายซึ่งมีรสเค็ม แต่เต้าเจี้ยวของตากที่ทานกับเมี่ยงเป็นเต้าเจี้ยวเปรี้ยว ซึ่งคนตากจะทำการหมักไว้จนเปรี้ยวและก็มีวางขายเป็นของฝากด้วย เต้าเจี้ยวเปรี้ยวแบบนี้ใช้ทำอาหารได้หลายอย่างเหมือนเต้าเจี้ยวทั่วๆไป เมี่ยงที่เราทำคือเมี่ยงแบบนี้แต่ว่าทำแบบคนอยู่ต่างแดน เนื่องจากหาซื้อเครื่องประกอบตามแบบต้นตำรับไม่ได้ เราโพสไว้เป็นแนวทางเผื่อใครจะลองทำทาน ถ้าต้องทานแบบต้นตำรับจริงๆเวลาไปเที่ยวเมืองตากก็หาซื้อได้เพราะมีขายอยู่ทั่วไป เครื่องประกอบด้วย:- พริกขี้หนูสด ตะไคร้ซอย ขิงสดหั่นชิ้นสี่หลี่ยม มะนาวหั่นชิ้นสี่เหลี่ยม กระเทียมสด (จะใช้หอมแดงแทนก็ได้ หากไม่ชอบกลิ่นกระเทียมสด) ถั่วลิสงคั่ว มะพร้าวขูดเป็นเส้นยาวๆ ข้าวตากคั่ว หรือทอด (เราใช้ข้าวสุก ๑ กำมือ วางใส่จานผึ่งแดดผึ่งลมไว้พอแห้งก็เอามาทอด) มะเขือพวงดิบ (ไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ เราไม่มีก็ไม่ใส่) กุ้งแห้ง (บางคนก็ไม่ใส่ ) แคบหมู (บางคนก็ไม่ใส่) ใบห่อเมี่ยงใช้:- ใบชะพลู และข้าวเกรียบงา เราไม่มีใช้ชะพลู ส่วนข้าวเกรียบงา เราใช้แผ่นแป้งสำหรับทำปอเปี๊ยะเวียดนามแทน ใช้แบบไม่ใส่งา เพราะที่บ้านมีแบบนี้ ถ้าใครต้องการคุณค่าทางอาหารเพิ่มก็ใช้แบบมีงาผสมจะได้แคลเซี่ยมเพิ่ม น้ำเมี่ยง ใช้เต้าเจี้ยวเปรี้ยว เราไม่มีเต้าเจี้ยวเปรี้ยวแบบที่เค้าทำขาย ก็ดัดแปลงทำเองดังนี้ :- เต้าเจี้ยวขาว ๒ ช้อนโต๊ะ เอาแต่เนื้อจะล้างน้ำเพื่อลดความเค็มไปบ้างก็ได้ เสร็จแล้วใส่ถ้วยไว้ เทน้ำส้มสายชูลงไป ๒ ช้อนโต๊ะ หรือพอให้ท่วมเต้าเจี้ยว เติมน้ำตาลลงไปนิดหน่อยก็ได้ สำหรับคนต้องการหวาน หมักทิ้งไว้หนึ่งคืนหรือมากกว่านี้ตามชอบ เต้าเจี้ยวเปรี้ยวเราหน้าตาแบบนี้ (เราเติมน้ำตาลลงไปด้วยนิดหน่อย) อ้างอิง : http://rueanthai2.lefora.com/2011/02/05/20110205014524/
ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
ความรู้ที่ได้เมื่อครั้งตามเสด็จ คือพระเจ้าอยู่หัวให้ความสำคัญกับการปลูกป่า เพราะป่าให้อาหาร ให้น้ำ และใหอากาศ เมื่อเขาตัดสินใจลาออกจากราชการ มาเริ่มต้นกับผืนดินแห้งแล้งจำนวน 40 ไร่ ตำบลมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เขาขุดบ่อน้ำลึก 15 เมตร กินพื้นที่ 5 ไร่ เมื่อได้น้ำแล้วเขาก็เริ่มปลูกป่าทันที ตามแนวพระราชดำรัสเกี่ยวกับป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ที่ได้พระราชทาน ณ โรงแรมริมคำ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2523
“...การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ได้ ให้ใช้วิธีปลูกไม้สามอย่าง แต่มีประโยชน์สี่อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กิน ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำและปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วย โดยรับน้ำฝนอย่างเดียวประโยชน์ที่สี่คือ ได้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ...”
วิวัฒน์ ศัลยกำธร อธิบายหลักการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ว่าเป็นแนวคิดขิงการผสมผสานการอนุรักษ์ ดิน น้ำ และการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ควบคู่กับความต้องการด้านเศรษฐกิจ ด้วยการจำแนกป่า 3 อย่าง ดังนี้
1. ป่าไม้ใช้สอย คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
2. ป่าไม้กินได้ คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
3. ป่าไม้เศรษฐกิจ คือ ไม้ที่ปลูกไว้ขาย หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก
ความรู้ที่ได้เมื่อครั้งตามเสด็จ คือพระเจ้าอยู่หัวให้ความสำคัญกับการปลูกป่า เพราะป่าให้อาหาร ให้น้ำ และใหอากาศ เมื่อเขาตัดสินใจลาออกจากราชการ มาเริ่มต้นกับผืนดินแห้งแล้งจำนวน 40 ไร่ ตำบลมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เขาขุดบ่อน้ำลึก 15 เมตร กินพื้นที่ 5 ไร่ เมื่อได้น้ำแล้วเขาก็เริ่มปลูกป่าทันที ตามแนวพระราชดำรัสเกี่ยวกับป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ที่ได้พระราชทาน ณ โรงแรมริมคำ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2523
“...การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ได้ ให้ใช้วิธีปลูกไม้สามอย่าง แต่มีประโยชน์สี่อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กิน ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำและปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วย โดยรับน้ำฝนอย่างเดียวประโยชน์ที่สี่คือ ได้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ...”
วิวัฒน์ ศัลยกำธร อธิบายหลักการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ว่าเป็นแนวคิดขิงการผสมผสานการอนุรักษ์ ดิน น้ำ และการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ควบคู่กับความต้องการด้านเศรษฐกิจ ด้วยการจำแนกป่า 3 อย่าง ดังนี้
1. ป่าไม้ใช้สอย คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
2. ป่าไม้กินได้ คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
3. ป่าไม้เศรษฐกิจ คือ ไม้ที่ปลูกไว้ขาย หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก
ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง จำแนกประโยชน์แต่ละอย่างออกเป็น
1. ป่าไม้ใช้สอย นำมาสร้างบ้าน ทำเล้าเป็ด เล้าไก่ ด้ามจอบเสียม ทำหัตถกรรม หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม
2. ป่าไม้กินได้ นำมาเป็นอาหาร ทั้งพืชกินใบ กินผล กินหัว และเป็นยาสมุนไพร
3. ป่าไม้เศรษฐกิจ เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้ ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน
4. ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้อสู่สวนเกษตรกรรม
1. ป่าไม้ใช้สอย นำมาสร้างบ้าน ทำเล้าเป็ด เล้าไก่ ด้ามจอบเสียม ทำหัตถกรรม หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม
2. ป่าไม้กินได้ นำมาเป็นอาหาร ทั้งพืชกินใบ กินผล กินหัว และเป็นยาสมุนไพร
3. ป่าไม้เศรษฐกิจ เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้ ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน
4. ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้อสู่สวนเกษตรกรรม
ปลูกป่า 5 ระดับ
ดำรงชีพ และฟื้นธรรมชาติ
วิวัฒน์ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงว่า สภาพดิน 40 ไร่นั้น เป็นดินที่ตายแล้วจากการใช้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและใช้สรางเคมีมาเป็นเวลานาน เขาต้องทำให้ดินฟื้นคืนชีพกลับมาก่อน ด้วยเทคนิคการปลูกไม้ 5 ระดับ ตามชั้นความสูงของไม้ซึ่งได้มาจากการสังเกตธรรมชาติของป่าคือ
ดำรงชีพ และฟื้นธรรมชาติ
วิวัฒน์ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงว่า สภาพดิน 40 ไร่นั้น เป็นดินที่ตายแล้วจากการใช้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและใช้สรางเคมีมาเป็นเวลานาน เขาต้องทำให้ดินฟื้นคืนชีพกลับมาก่อน ด้วยเทคนิคการปลูกไม้ 5 ระดับ ตามชั้นความสูงของไม้ซึ่งได้มาจากการสังเกตธรรมชาติของป่าคือ
ไม้ระดับกลาง เช่น ผักหวานป่า ติ้ว พลู กำลังเสือโคร่ง กล้วย
ไม้พุ่มเตี้ย เช่น ผักหวานบ้าน มะนาว พริกไทย ย่านาง เสาวรส
ไม้เรี่ยดิน เช่น ผักเสี้ยน มะเขือเทศ สะระแหน่
ไม้หัวใต้ดิน เช่น ข่า ตะไคร้ ไพล เผือก มัน บุก กลอย
เมื่อปลูกไม้ครบทั้ง 5 ระดับแล้ว เอาฟางห่มดินให้หนาเพื่อรักษาความชื้นให้กับดิน จุลินทรีย์ในดินจะขยายตัว รากของต้นไม้จะชอนไชไปในดินได้ง่าย ตามด้วยปุ๋ยแห้งจำพวกมูลสัตว์โรยทับ แม้จะไม่ถึงดินโดยตรง แต่ความชื้นจะค่อยๆ ดึงปุ๋ยลงสู่ดิน ดินก็จะย่อยสลาย
เขาย้ำอย่างหนักแน่นว่า นอกจากทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้แล้วนี่ยังเป็นยุทธวิธีสู้ภัยแล้งได้อย่างมหัศจรรย์ “ถ้าเราทำให้คนไทยั้งประเทศหันมาปลูกต้นไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ด้วยเทคนิคการปลูกไม้ 5 ระดับ เมืองไทยก็จะไม่ร้อนอย่างแน่นอน” ในฐานะกรรมการที่ปรึกษา โครงการรักษาป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง เขาย้ำว่า
“เราต้องสร้างทีม เพื่อให้ทีมไปสร้างคนในตำบลให้มีความรู้มีคุณธรรม มีความเพียร และให้ตัวเองรู้จักพอ ต้องเพียรจนพอแล้วใจจะรู้จักพอ การให้ทานคือการวัดการพอ”
วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555
แนะนำเจ้าของบล็อก
ชื่อ เด็กหญิงชนนิกานต์ ยาใจ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/5 โรงเรียนตากพิทยาคม
ชื่อเ่ล่น ตอง อายุ 14 ปี เกิดวันที่ 5 กันยายน พ.ศ2541
ศึกษาวิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐาน กับ อาจารย์ พุทธชาติ มั่นเมือง
ชอบสี ขาว,ฟ้า
อาหารที่ชอบ ข้าวผัดกระเพา
สัตว์ที่ชอบ สุนัข
สัตว์ที่ไม่ชอบ -
สิ่งที่กลัว ผี
สิ่งที่ไม่กลัว -
ผลไม้ที่ชอบ แตงโม,มังคุด
ผลไม้ที่ไม่ชอบ ทุเรียน,มะละกอ
คติประจำใจ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
ชื่อเ่ล่น ตอง อายุ 14 ปี เกิดวันที่ 5 กันยายน พ.ศ2541
ศึกษาวิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐาน กับ อาจารย์ พุทธชาติ มั่นเมือง
ชอบสี ขาว,ฟ้า
อาหารที่ชอบ ข้าวผัดกระเพา
สัตว์ที่ชอบ สุนัข
สัตว์ที่ไม่ชอบ -
สิ่งที่กลัว ผี
สิ่งที่ไม่กลัว -
ผลไม้ที่ชอบ แตงโม,มังคุด
ผลไม้ที่ไม่ชอบ ทุเรียน,มะละกอ
คติประจำใจ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
แนะนำเจ้าของบล็อก
ชื่อ ด.ญ.ชนนิกานต์ ยาใจ ม. 2/5 เลขที่ 38 โรงเรียนตากพิทยาคม
เกิดวันที่ 05 กันยายน 2541 อายุ 14 ปี
จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6จากโรงเรียนตากสินราชานุสรณ์
ชอบสี ฟ้า,ขาว
ชอบกินข้าวผัดกระเพรา
ลักษณะนิสัย คุยเก่ง เข้ากะคนอื่นได้ง่าย
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


